เห่อของเล่นใหม่ ที่มัดผมเก๋ๆ จาก H&M

เมื่อตอนปีใหม่ได้ไปช้อปปิ้งที่ H&M ฮ่องกง เจออุปกรณ์ทำผมชิ้นนี้เลยรีบคว้ามาทันที

มันคือยางมัดผมที่คล้องอยู่กับที่ครอบยางทรงกลมสีทองเงา

ที่ครอบยางอ้าเปิดปิดได้

มีสปริงอยู่ด้านหลัง

วิธีใช้’ง่ายมาก: 1. ใช้ยางมัดผม มัดโดยไม่ต้องสนใจที่ครอบยาง

2. อ้าที่ครอบยางออก

3. พลิกที่ครอบยางให้ครอบลงไปทับยางมัดผม

เสร็จแล้ว!

ทำออกมาแล้วเป็นแบบนี้ น่ารักมากกกก ดูดีไฮโซ และเก๋เป็นที่สุด 55

จะมัดหางม้าสูง-ต่ำ ทำผมยุ่งๆ เซอร์ๆ ผมลอน หรือจะทำหางม้าตึง ผมตรงเรียบกริ๊บก็ได้

รวบหางม้าต่ำ เอามาไว้ด้านข้าง กับผมหน้าปาดก็ได้ลุคคุณนายดีค่ะ

ราคาประมาณ 160 บาท แอบแพงเหมือนกันแต่ยังไม่เคยเจออะไรถูกใจแบบนี้ ถ้าใช้ไปแล้วยางมัดผมเสื่อมสภาพหรือขาด ก็ตัดทิ้งแล้วเอายางใหม่มาร้อยเข้าห่วงใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ (ยางซองละ 10 บาทแบบไม่มัดปลายมีขายอยู่ทั่วไป) แต่ถ้าที่ครอบยางสปริงพังก็ต้องเซย์กู้ดบายค่ะ บีก็พึ่งคิดได้ตอนนี้ว่าทำไมไม่ซื้ออีกอันไว้กันเหนียว -_-”

มีรหัสสินค้าให้ดูด้วยเผื่อใครอยากฝากเพื่อนซื้อค่ะ :D

ps. สำหรับร้านขายของทั้งหลาย กรุณาอย่าขโมยรูปไปใช้นะคะ ขอบคุณค่ะ

Kiss!

Queen B

9 Comments

Filed under Hair

How-to: แต่งตาอ่อนๆ ให้ดูสวยใส + Review: อายไลน์เนอร์และมาสคาร่าจาก Bisous Bisous (Part 3)

Part 3 ของการีวิว Bisous Bisous จะเป็น Eye Make-up ทั้งหมดค่ะ มีฮาวทูเล็กๆน้อยๆ มาให้ดูด้วยว่าเทรนด์การแต่งตาของสาวเกาหลีตอนนี้ แต่งยังไง :)

ของสำคัญของสาวเกาหลีคือ อายไลน์เนอร์ บีซู บีซู มีทั้งหมด 3 แบบ เฮ่นน่า (ขวด), ปากกา และดินสอ ทุกแบบติดทนดีหมดเลย คนที่ชอบแบบดำจัดๆ บีแนะนำแบบเฮนน่า สาวๆ ส่วนใหญ่ก็จะถนัดใช้แบบปากกา ส่วนตัวบีชอบใช้แบบดินสอค่ะ

 Super Henna Liquid Eye Liner (495 บาท)

ที่เรียกว่าเฮนน่า เพราะมีส่วนผสมของเฮนน่าอยู่จริงๆ เลยจะช่วยให้สีติดแน่นทนนานกว่าอายไลน์เนอร์ทั่วไป บีกับนิกิช่วยยืนยันว่าสีดำเข้มสุดๆ และทนจริงๆ ได้ลองทากันบนหลังมือในวันงาน ทั้งถูทั้งเช็ดยังไงก็ไม่เลือน

72 Hrs. Pen Eye Liner (495 บาท)

ลิขวิดอายไลน์เนอร์แบบปากกา เส้นเล็กเขียนง่าย ราคาและคุณภาพความติดทนเทียบเท่าได้กับแบรนด์ดีๆ ของญี่ปุ่น ความดำอาจเข้มไม่เท่า แต่ก็โอเคเลยค่ะ (เทียบกับ 3 แบรนด์โปรดของบี Avance’, 1-day Tattoo, Heavy Rotation) อายไลน์เนอร์แบบปากกาของแบรนด์เคาน์เตอร์อื่นๆ ราคาสูงกว่ามาก บีเลิกซื้อไปนานแล้ว :p

Super Tattoo Pencil Eyeliner (495 บาท)

อายไลน์เนอร์แบบดินสอ เนื้อนุ่มลื่นและติดทน ผลการเปรียบเทียบกับ Chanel Stylo Yeux Waterproof สุดที่เลิฟของบี Chanel สีดำเข้มกว่าและติดทนกว่านิดหน่อย แต่ด้วยราคาแสนแพง (1,200บาท) เมื่อเทียบกับคุณภาพและราคาของบีซู บีซูแล้วก็สบายกระเป๋ากว่าเยอะค่ะ

Nano Sonic Mascara (595 บาท)

มาสคาร่าของเค้าไม่ธรรมดา เพราะเป็นแบบสั่นได้ (กดปุ่มเปิดปิดด้านบน) ช่วยให้เข้าถึงทุกเส้นขนตาได้ดีขึ้น ขนแปรงสั้นใช้ง่ายปัดง่าย ไม่เลอะเทอะ ปัดแล้วขนตาดูดำยาวและงอนขึ้น ไม่เน้นความหนา ขนตาบีเอาใจยากเพราะสั้นยาวไม่เท่ากันแถมทิ่มคนละทิศทาง before and after ออกมาแบบนี้ถือว่าน่าพอใจ ที่สำคัญไม่แพนด้าด้วย

เมื่อวันงานเปิดตัวคุณป๊อก พรรณวิษิษฐ์ สุขารมณ์ เมคอัพอาร์ติสชื่อดังมาแชร์วิธีการแต่งตาสไตล์สาวเกาหลี เน้นจุดหลักๆ ตามนี้

  • แต่งตาด้วยอายแชโดว์สีอ่อน สีโทนนู้ด มีประกาย ดูสดใส
  • เขียนอายไลน์เนอร์เส้นบางๆ แต่เน้นความดำ เพื่อให้เปลือกตาดูคมขึ้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มขนาดตา
  • ปัดมาสคาร่าเพื่อเน้นความยาวดำของขนตา ขนตาปลอมเอาท์สุดๆ เลิกใช้ไปได้เลย

ดูซิว่าแต่งตามที่คุณป๊อกบอกแล้วออกมาเป็นยังไง

เทคนิคการลงอายแชโดว์แบบนี้ บีเรียนจากสาวญี่ปุ่น ในนิตยสาร Ray ค่ะ :D เป็นการแต่งตาอ่อนๆ แต่ยังดูมีมิติ มาดูขั้นตอนแต่ละสเต็ปกัน ง่ายมากเลย!

  1. เลือกอายแชโดว์สีอ่อน/สว่าง แบบเนื้อผสมประกายชิมเมอร์ ทาทั่วเปลือกตาบนและหัวตา ใช้สีเช่น ครีม ขาวอมเหลือง ชมพูอ่อน
  2. เลือกอายแชโดว์สีเข้มปานกลาง เช่น น้ำตาลอ่อน ม่วงอ่อน ชมพูเข้ม เทาอ่อน ทาในแนวรอยพับของเปลือกตา ตามที่วงไว้ในรูป
  3. ทาอายแชโดว์สีเข้ม เช่น น้ำตาล ดำ เทา บริเวณหางตา ไม่ต้องทาขึ้นสูง
  4. ใช้อายแชโดว์สีสว่าง เช่น ขาว เหลือง ทอง หรือไฮไลท์ ทาบริเวณโหนกคิ้ว (ใต้หางคิ้ว) เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า

ในรูปบีใช้อายแชโดว์โทนสีน้ำตาล (ไม่ใช่ของ Bisous Bisous) แต่เทคนิคนี้สามารถเปลี่ยนใช้ได้กับทุกโทนสี เพียงแต่ให้เรียงลำดับตามความเข้มของสี และทาตามขั้นตอนนะคะ

5. ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอ Bisous Bisous Super Tattoo Pencil Eyeliner เขียนขอบตาด้านในตามแนวขนตา (inner line) เติมช่องระหว่างเส้นขนตาให้เต็ม จะช่วยให้ตาดูคมขึ้นแบบเนียนๆ

6. ใช้อายไลน์เนอร์แบบปากกา Bisous Bisous 72 Hrs. Pen Eye Liner เขียนเส้นบางๆ ชิดขอบตา ลากให้โด้งตามแนวตาของเรา เอาให้หนาเท่ากันทั้งเส้น ไม่ต้องตวัดปลายเส้นขึ้น.. อย่างที่คุณป๊อกบอก เขียนเพื่อให้เปลือกตาดูคมขึ้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มขนาดตาค่ะ

7. ใช้อายแชโดว์สีเข้ม ทาขอบตาด้านล่าง เฉพาะบริเวณหางตา (1/3 ของตา)

8. ปัดขนตาด้วย Bisous Bisous Nano Sonic Mascara ก็เป็นอันเสร็จ ง่ายและเร็วค่ะ

ส่วนอื่นๆ ก็ลงบีบีครีม, ทาแป้ง, ใช้ tint ทาแก้มและปาก ปิดท้ายด้วยลิปกลอส เท่านี้ก็ได้ลุคใสๆ สำหรับวันเบาๆ แล้ว (วันไหนไม่เบาก็จัดหนักเหมือนเดิม 55)

ps. คอนแทคเลนส์ที่ใส่อยู่เป็นของ Johnson & Johnson – Acuvue รุ่น Define ค่ะ :)

คลิกเพื่ออ่านรีวิว Bisous Bisous: Part1, Part 2

Kiss!

Queen B

24 Comments

Filed under Cosmetic Reviews, Eyes, How-to

รีวิว Bisous Bisous (Part 2): ปากอวบอิ่มน่าจุ๊บแบบสาวเกาหลี

สวัสดีปีใหม่ค่ะสาวๆ :) ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุขความเจริญนะคะ ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคนที่คอยติดตามตลอดมาค่ะ วันนี้มาต่อกับรีวิวเมคอัพจาก Bisous Bisous ใครยังไม่ได้อ่าน part 1 คลิกที่นี่ค่ะ

สาวบีซู บีซูจะไม่แต่งหน้าหนา เน้นแบบน่ารักใสๆ ที่สำคัญต้องมีริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มน่าจุ๊บ วันนี้มาดูสีลิปกลอสของเค้าให้จุใจเลย รูปล่างเป็นสีปากจริงแบบไม่ทาอะไรเลยเพื่อใช้เปรียบเทียบค่ะ

บีถูกใจรุ่น Love Blossom Perfect Lip Gloss เป็นพิเศษ เพราะทาแล้วปากดูอิ่มมากกกกกก มีให้เลือก 9 สีทั้งแบบมีวิ๊งและไม่มีวิ๊ง

Love Blossom Perfect Lip Gloss # 6 (495 บาท)

กลอสเนื้อใสสีชมพูแดง ผสมชิมเมอร์สีชมพูและขาว+กลิตเตอร์เล็กๆสีรุ้ง ทาไปแป๊ปนึงจะรู้สึกยิบๆ ปากจะดูอิ่มขึ้น และสีปากจะดูแดงสดขึ้นจากสีปากธรรมชาติด้วย (เหมือนเวลาใช้ lip plump) กลอสมีกลิ่นหอม เนื้อค่อนข้างหนึบหนับค่ะ

สีนี้ทาเดี่ยวๆ ได้เลยไม่เว่อร์ ดูน่ารักธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ปากดูหนาและอิ่มขึ้นแบบน่ารักน่าจุ๊บ

Love Blossom Perfect Lip Gloss # 9 (495 บาท)

กลอสเนื้อนมไม่มีวิ๊ง สีชมพูบับเบิ้ลกัม ทาแล้วดูแบ๊วสดใส เปรี้ยวขึ้นมาอีกนิด

 เนื้อวาวเล่นแสงดีมากก สำหรับคนที่ไม่ชอบให้ปากดูวาวหรือเยิ้มมาก แนะนำให้ทาเฉพาะตรงกลางปากบนและล่างก็พอค่ะ

Love Blossom Lip Kit (595 บาท)

ลิปกลอสแบบตลับมี 4 สี ให้เลือกทาตามอารมณ์ Lip Kit เบอร์ 1 เน้นโทนสีชมพู สีออกค่อนข้างชัด ส่วน Lip Kit เบอร์ 2 โทนสีค่อนข้างอ่อน ส่วนใหญ่เหมาะที่จะใช้ทาทับบนลิปสติก

Love Blossom Lip Kit # 2

  • ซ้ายบน Pearl Please: สีชมพูอ่อนผสมชิมเมอร์สีขาว สีเหลือบวาวเหมือนมุก
  • ขวาบน Maronie: สีชมพูอมส้ม ดูวาวๆ สไตล์เบบี๋ ธรรมชาติที่สุดใน 4 สี
  • ซ้ายล่าง Rose Bud: สีส้มพีชพาสเทล สไตล์สาวหวานเรียบร้อย
  • ขวาล่าง Bis-Bis: สีแดงอมชมพูม่วง ไม่มีวิ๊ง สีสด ให้ลุคเปรี้ยวขึ้นมาหน่อย

เนื้อของรุ่นนี้จะหนึบน้อยกว่า Perfect Lip Gloss แต่ติดทนไม่เท่า เนื้อเนียนดี ทาแล้วสบายปากเหมือนทาลิปมัน มีส่วนผสมของวิตามินอีช่วยบำรุงด้วย มาพร้อมแปรงทาปากเล็กๆในตลับ แต่เล็กไปหน่อยค่ะ ทาไม่มันส์

Love Blossom Gloss

มีกลอสหลายรุ่น อย่าพึ่งงงนะคะ 55 รุ่นนี้เป็นกลอสใสที่ออกแบบมาให้ทาคู่กับ tint (แต่บีไม่มี) เนื้อเหลวไม่เหนียว เป็นเหมือนตัวบำรุง ทาแล้วเย็นสบายปาก ช่วยให้ปากดูชุ่มชื่นและช่วยขับสีปากตามธรรมชาติ

ทาแล้วปากดูนุ่มๆ หยุ่นๆ มีรสหวานเจี๊ยบเลย 55 เอาไว้จะยืม tint จากนิกิแล้วมาทาทับกันให้ดู รีวิวต่อไปเป็น Part 3: Bisous Bisous Eye Make Up กับ How-to: วิธีการแต่งตาอ่อนๆ ค่ะ ;)

Kiss Kiss!

Queen B

15 Comments

Filed under Cosmetic Reviews, Lips

รีวิวเมคอัพน่ารักๆ Bisous Bisous แบรนด์เกาหลีสไตล์ฝรั่งเศส (Part 1)

วันนี้มีแบรนด์เมคอัพใหม่จากเกาหลีมาแนะนำค่ะ :D บางคนคงเคยเห็นที่เคาน์เตอร์ตามห้างแล้ว ถ้าหลุดเข้าไปคงยากที่จะไม่ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมา เพราะของน่ารักและไม่แพง Bisous Bisous มีคอนเซปต์ที่โดนใจทั้งสาวรุ่นเล็กรุ่นใหญ่คือ เจ้าหญิงกับดอกไม้ และกลิ่นอายของความเป็นสาวปารีเซียง

Bisous Bisous (บีซู บีซู) เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า Kiss Kiss หรือ จุ๊บๆ เห็นรูปนางแบบก็รู้แล้วว่าน่ารักน่าจุ๊บขนาดไหน เน้นแต่งหน้าแนวใสๆ ขนตางอนยาวดูเป็นสาวคิวท์ กับปากอิ่มๆ ด้วยลิปกลอสสีหวานๆ

เมื่อวันอังคารที่แล้ว บีกับนิกิไปร่วมงานเปิดตัวที่จัดขึ้นได้อย่างน่ารักเข้าธีมสาวหวานสุดๆ

ในงานเต็มไปด้วยของตกแต่งและดอกไม้โทนสีชมพูอ่อนและโอรส เล่นเอาสาวทุกคนเคลิ้มไปตามๆ กัน

คุณจูน สาวิตรี คนโปรดของบีเป็นพิธีกร มีแขกรับเชิญพิเศษคือ คุณป๊อก พรรณวิษิษฐ์ สุขารมณ์ เมคอัพอาร์ติสชื่อดังมาแชร์เคล็ดลับวิธีการแต่งหน้าให้น่ารักสดใสเหมือนสาวเกาหลี กับนางแบบมารีญา ลินน์ เอเรียน ที่มาโชว์ให้ดูว่าลุคของสาวบีซู บีซูจะสวยเคลิ้มสไตล์ไหน

คัพเค้กในรูปสวยจนบีกับนิกิไม่กล้ากินเลย 55 Bisous Bisous เริ่มวางขายได้ไม่นาน คนก็เริ่มพูดถึงแป้งตลับนี้กันแล้ว ยาทาเล็บบางสีก็ขายหมดแล้วด้วย ไม่แปลกใจเลยเพราะราคาค่อนข้างถูก (155 บาท) แถมมาพร้อมกับแหวนน่ารักๆ ที่ไม่เหมือนกันแต่ละขวด

สำหรับงานนี้ทางแบรนด์ใจดีจัดเต็มให้บล็อกเกอร์ทุกคนได้ลองผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ เดี๋ยวมาดูรายชิ้นกันว่าในคอลเลคชั่น Love Blossom นี้ มีอะไรน่าสนบ้าง บีจะแบ่งรีวิวเป็น 3 ตอน เพราะมีของเยอะมากอยากให้ได้ดูอย่างละเอียดทุกชิ้นค่ะ :)

ข้อสำคัญของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี คือผิวที่เรียบเนียนไม่มีจุดบกพร่อง ห้ามดูเหมือนแต่งหน้าหนา ผิวจะต้องฉ่ำนิดๆ ดูมีสุขภาพดีเหมือนที่เราเห็นในซีรีย์ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าสาวเกาหลีเค้ามีกรรมพันธุ์ผิวดีอยู่แล้วเป็นทุนด้วยนะคะ เพราะงั้นอย่าเพ้อมาก :p 55 เริ่มที่เมคอัพประจำชาติเกาหลีก่อน บีบีครีม นั่นเอง 55

Love Blossom BB Brightening Cream (895 บาท)

บีบีครีมรุ่นนี้มีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซี ช่วยปกป้องและบำรุงให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส มีสารกันแดด SPF 25 PA++ จุดประสงค์คือจะช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ควบคุมความมันพร้อมปกปิดรูขุมขน มีทั้งหมด 2 เฉดสี เบอร์ 1 และ 2 สำหรับผิวขาวและผิวเข้มหน่อย สาวหมวยอย่างบีใช้เบอร์ 1 ส่วนสาวไทยแบบนิกิก็ใช้เบอร์ 2 ค่ะ

บีบีครีมยี่ห้อนี้จะมาพร้อมแปรงด้วย เนื่องจากเนื้อค่อนข้างหนืดทาด้วยแปรงแล้วเกลี่ยง่ายดีค่ะ ถ้าอยากให้ดูบางๆ แนะนำให้ทาด้วยมือ จุดไหนที่ต้องการการปกปิดเป็นพิเศษค่อยใช้แปรงช่วยค่ะ

ระดับการปกปิดน้อยถึงปานกลาง เน้นให้ลุคฉ่ำๆ ประสิทธิภาพในการควบคุมความมันยังไม่ดีเท่าไหร่ สำหรับคนที่ผิวไม่ได้มีปัญหามาก สามารถทาเดี่ยวๆ แล้วทาแป้งฝุ่นทับบางๆ จะสวยฉ่ำกำลังดี สีผิวจะสม่ำเสมอและดูสดใสขึ้น แต่ถ้าคนที่ต้องการการปกปิดเยอะหน่อย (อย่างบี) ถ้าอยากให้เนียนกริ๊บจริงๆ คงต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย หรือทาแป้งผสมรองพื้นทับซึ่ง บีซู บีซู ก็มีแป้งที่ถือว่าเป็น signature ของแบรนด์เลยก็ว่าได้

Love Blossom Brightening Foundation Powder (985 บาท)

แป้งผสมรองพื้นมาในตลับรูปดอกไม้สุดแสนจะน่ารัก แถมมีกลิ่นหอมด้วย แป้งนี้ทั้งช่วยปกปิดและบำรุงด้วยส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซี ช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้น มีให้เลือก 2 สีเหมือนกัน จริงๆ ถ้ามีสีให้เลือกเพิ่มอีกซัก 2 โทนคงกำลังดีเนอะ

ตลับแป้ง 2 ชั้นมาพร้อมพัฟไซส์ใหญ่สะใจ แถมคุณภาพในการทำให้ผิวดูสว่างใสก็สมชื่อจริงๆ เนื้อแป้งบางเบาไม่หนักผิว ดูเนียนเป็นธรรมชาติ ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าดูว่อก ความสามารถในการคุมมันกลางๆ ระดับการปกปิดน้อย ถ้าทาเดี่ยวๆ จะเห็นจุดด่างดำอยู่บ้าง มาดูกันว่าทา BB Brightening Cream ตามด้วย Brightening Foundation Powder แล้วจะเป็นไง

กริ๊บมั้ยๆ อิอิ ส่วนตัวบีว่าโอเคเลย เนียนใสเด้งดี :D ถ้าแต่งตาอ่อนๆ อย่างที่คุณป๊อกแนะนำก็จะได้ลุคใสๆ สไตล์เกาหลีเลย ไว้จะมาแชร์เคล็ดลับการแต่งตาในรีวิว part 3 นะคะ

ดาวเด่นอีกอย่างของบีซู บีซู คือยาทาเล็บ คอลเลคชั่นนี้มีทั้งหมด 20 สี

Love Blossom Nail Polish # J4  (155 บาท)

ยาทาเล็บแต่ละสีจะมากับแหวนรูปดอกไม้ต่างแบบกันไป มีทั้งดอกเล็กดอกใหญ่หลายสี วันนั้นเห็นที่งานมีสีน่ารักๆ เต็มเลย :D

เบอร์ J4 เป็นสีขาวผสมชิมเมอร์ ทาแล้วดูเป็นผู้หญิ๊งงงง ผู้หญิง จะทาเดี่ยวๆ หรือเอามาทับสีอื่น เพื่อเพิ่มความวิ๊งก็ได้เพราะเนื้อค่อนข้างบาง สามารถใช้เป็นสีเคลือบเฉยๆได้ ในรูปบีทา 3 ชั้น เนื้อยาทาเล็บกับแปรงโอเลย แต่กลิ่นแรงนิดนึงค่ะ

ไปต่อที่ รีวิว part 2 ลิปกลอสล้วนๆ ค่ะ ขอบอกว่าน่ารักทุกสี! ;) คลิก!

Kiss Kiss!

Queen B

17 Comments

Filed under Cosmetic Reviews, Face, Nails

Review: Mod’s hair HOT CARE !! หลังจากที่รอคอยมานานในที่สุดก็มาถึงเมืองไทยแล้วกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ Hot Hit สุดๆๆของสาวญี่ปุ่นในตอนนี้

อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ช่วงอากาศดีๆของปีแบบนี้คงเป็นช่วงที่สาวๆอย่างเราจะได้แต่ตัวสวยเต็มที่ สไตล์หน้าหนาวกันบ้างนะคะ:) นอกจากรีวิวโปรดักเจ๋งๆแล้ว นิกิเลยขอเอาเทรนด์น่ารักๆของสาวญี่ปุ่นมาให้ดูกัน เผื่อจะได้เป็นไอเดียแต่งตัวสวยๆในหน้าหนาวนี้ด้วยกันค่ะ:)

สำหรับหน้าหนาวนี้สไตล์เรียบๆ น้อยๆแต่ดูดีมาแรงสุดๆค่ะ สำหรับ Knitwear ถือเป็นไอเท็มหลักที่ขาดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิแกนหรือจัมเปอร์ จะเอามาใส่สีทับเสื้อเชิ๊ตสีขาว ใส่กับกางเกงแนวเทเลอร์ หรือกระโปรงพลีทก็ดูสวยแน่นนอน  แนะนำ สีน้ำเงิน Navy, สีแดงเลือดหมู สีคาเมล และสีเทาค่ะ 4 สีนี้ใส่เมื่อไหร่กับอะไรก็สวยชัวแน่นอนไม่มีพลาด แต่ถึงจะเรียบยังไงหน้าผมก็ต้องสวยค่ะ

ส่วนทรงผมทีกำลังฮิตตอนนี้ก็ต้องเป็นผมลอนพริ้วๆสไตล์ธรรมชาติ ดูรีแลคส์เหมือนไม่ได้ตั้งใจม้วนมา ทรงผมแบบม้วนเป็นลอนเปะๆนี่เลิกฮิตไปแล้วค่ะ พอม้วนผมแบบพริ้วๆแล้ว จะถักเปียใส่หมวกหรือรวบเก็บผมง่ายๆก็ดูน่ารักสบายๆ เหมาะอากาศหน้าหนาวแบบนี้:)

แต่ถึงจะดูเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้เซ็ตมายังไงกว่าจะได้ทรงผมสวยๆ ก็ต้องผ่านการเป่าหรือการม้วนด้วยความร้อนที่ทำให้ผมเสียทั้งนั้นเลย;( ที่ผ่านมานิกิพยายามหลีกเลี่ยการม้วนผมหรือให้ผมโดนความร้อนตรงๆมาตลอด เพราะสารเคมีต่างๆ การทำสีหรือเป่าผมก็ทำให้ผมเสียมากอยู่แล้ว เคยแอบคิดว่าเวลาเราทำทรีตเม้นผมก็ต้องใช้ความร้อนนี่นาทำไมไม่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่เราใช้ทุกวันไหนที่ทำให้ผมเราสุขภาพดีด้วยความร้อนได้มั่ง

Mod’s Hair เค้าออก Mod’s hair Hot care ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมตัวใหม่ที่ถึงผมจะโดนความร้อนก็ยังสุขภาพดีได้ค่ะ นิกิรู้จัก Mod’s hair มานานแล้ว เพราะจะเห็น Mod’s hair ลงนิตยาสารญี่ปุ่นบ่อยมากกกก แล้วก็จะติดอันดับของยอดฮิตของช่างทำผมในซาลอนต่างๆตลอดเลย แถมยังใช้ทำผมในโชว์ดังๆอย่าง Comme De Garcons, Channel และ Yoji Yamamoto ด้วย แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสลองใช้ซักทีเพราะดูแอบเป็นแนวผลิตภัณฑ์ของช่างทำผมมืออาชีพมากกว่า แต่ Mod’s hair Hot care ตัวใหม่ดูน่ารักน่าใช้มาก แถมมี Elli Rose นางสุดเลิฟของนิกิเป็นพรีเซนเตอร์ด้วยค่ะ♥

นิกิชอบ Elli Rose มากกกกกเลยค่ะ แอบไปอ่านเคล็ดลับความงามเจอว่า Elli ว่าใช้ Mod’s hair hot care ตัวมากส์หมักผมเป็นประจำด้วย:) นอกจากจะสวยสุดๆแล้วไลฟ์สไตล์ยังเท่อีกด้วย นอกจากเป็นนางแบบ Elli ก็ยังเป็นดีเจด้วย บ้านก็น่ารักจนได้ลงเวป The Selby เข้ามาดูได้ที่นี่นะคะ  ส่วนใครที่เล่น instragram เข้าไป follower เธอได้ที่ Ellirose นะคะนิกิก็แอบตามอยู่เหมือนกันอิอิ  ))

Mod’s hair ออกผลิตภัณฑ์ดูแลผมตัวใหม่มา 2 รุ่น  คือ Hot Care สำหรับผมที่ต้องโดนความร้อนบ่อยๆและรุ่น Aqua Clear ที่ทำให้ผมนุ่มลื่นและไร้สิ่งตกค้าง วันนี้นิกิจะรีวิวรุ่น Hot care ซึ่งเป็นตัวที่ฮิตมากๆในญี่ปุ่นค่ะ

Mod’s hair hotcare ได้รางวัลหนึงใน 3 ผลิตภัณท์ผมที่ฮิตที่สุดในปี 2011 จากเวป Cosme ซึ่งเป็นเวปบิวตี้ญี่ปุ่นที่จัดอันดับบิวตี้โปรดักฮิตๆ แล้ว Hotcare ก็เข้ารอบทั้ง 3 ตัวเลย! มาดูกันดีกว่าค่ะว่าฮิตขนาดนี้จะดีอย่างเค้าว่าจริงมั้ย:))

Mod’s hair hot care
1. มอดส์ แฮร์ฮอทแคร์ คอนดิชันเนอร์
2. มอดส์ แฮร์ฮอทแคร์ แชมพู
3. มอดส์ แฮร์ฮอทแคร์ รีแพร์ เอสเซนส์
4. มอดส์ แฮร์ฮอทแคร์ อินเทนซีฟ เอสติค มาส์ก

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ แชมพู 

เป็นแชมพูที่บำรุงผมเสียจากการแต่งผมที่ใช้ความร้อน ส่วนผสมอณูละเอียดเลยทำให้แทรกซึมเข้าไปบำรุงผมที่เสียได้ดีและช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นที่สูญเสียเวลาที่ผมโดนความร้อนค่ะ ชอบกลิ่นหอมอ่อนๆผ่อนคลายฟองนุ่มละเอียดรู้สึกว่าอณูน่าจะเล็กอย่างที่เค้าว่าจริงๆ:)

ขนาด 500 มล.

ราคา 345 บาท ที่วัตสันขายเท่าที่ญี่ปุ่นเลย ส่วนร้านห้ิวขายตั้ง 600 กว่าแหนะค่ะ


มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ คอนดิชั่นเนอร์

คอนดิชั่นเนอร์ที่ช่วยฟื้นฟูผมเสียเป็นพิเศษ มี Cleansing oil ออยธรรมชาติที่ช่วยเก็บและคงความชุ่มชื้นให้กับผมที่โดยความร้อนเป็นประจำค่ะ ตอนใช้รู้สึกว่าเนื้อครีมเบาๆไม่ข้น ครีมซึมเข้าผมเร็วมากค่ะเวลาอาบน้ำนิกิสระผมเป็นอย่างแรกแล้วทิ้งครีมนวดไว้ก่อนจากนั้นอาบน้ำเสร็จค่อยล้างครีมนวดออกค่ะ พอล้างออกมาผมนิ่มมมมมากเลยค่ะปลื้ม

ขนาด  500 มล.

ราคา 345 บาท


ชอบแพกเกจของเค้าด้วยค่ะ ว่างด้วยกันในห้องน้ำแล้วดูน่ารักจัง  ปกตินิกิเป็นคนเรื่องมากเรื่องแชมพูกับครีมนวดมากๆค่ะ555 เพราะหลายๆคนอาจคิดว่าขั้นตอนการสระผมเป็นแค่การทำความสะอาดหรือบำรุงผมเท่านั้นไม่ได้เกี่ยวกับการเซ็ตผมซะหน่อย แต่จริงๆขั้นตอนการสระผมนี่แหละค่ะแชมพูครีมนวดมีส่วนสำคัญมากกกกกกกับการที่เส้นผมจะดูออกมาเป็นไง เตรียมพร้อมเส้นผมที่ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งทำให้เซ็ตผมง่ายและออกมาสวยกว่าเยอะค่ะ:)

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ รีแพร์ เอสเซนส์ (ลีฟออน)

เอสเซ้นส์บำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออก ช่วยบำรุงและเคลือบผมให้เงาและชุ่มชื่นถึงจะต้องผ่านความร้อนมาแล้วค่ะ


นิกิใช้ตอนที่ผมยังหมาดก่อนที่จะเป่าผมค่ะ เพื่อป้องกันความร้อนจากการไดร์เป่าผมด้วย

มีช่างทำผมเคยแนะนำว่าถ้าอยากรู้ว่าลีฟออนที่เราใช้สามารถซึมเข้าเส้นผมได้ดีรึเปล่าให้ลองทาที่มือเหมือนครีมทาผิวดู ถ้าซืมเข้าผิวได้ดีก็จะสามารถซึมเข้าผมได้ดีด้วย ตัวนี้ทาแล้วซึมเข้าผิวได้ดีค่ะเบาๆเหมือนเป็นน้ำทำให้ชุ่มชื่นแล้วก็ไม่เหลือความมันไว้ด้วยค่ะ:) ในรูปปริมาณ 1 ปั้มค่ะ

หัวเป็นหัวปั้มใช้ง่ายค่ะนิกิใช้ประมาณ 2 ปั้มค่ะ หลังจากสระผมใส่ลีฟออนเป่าผมเสร็จ รู้สึกผมนิ่มมมมเงาลื่นขึ้นเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ค่ะ ที่สำคัญผมไม่ฟีบดูพองๆมีวอลลุ่มกำลังดีเลยขนาดยังไม่ได้ทำอะไรแค่เป่าแห้งเฉยๆ ประทับใจมากค่ะ♥

ขนาด  100 มล.

ราคา 395 บาท

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ อินเทนซีฟ เอสเทติค มาส์ก  

มาส์กบำรุงผมเสียและเส้นผมอ่อนแอหลังจากที่โดนความร้อน ทำให้ผมนุ่มเงาและแข็งแรงขึ้นค่ะ


เนื้อครีมนุ่มกลิ่นหมอสดชื่น:) นิกิใช้หมักผมหมาดๆแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วอาบน้ำสระผมตามปกติค่ะ

ใช้แล้วผมนุ่ม ลื่นขึ้นจนรู้สึกได้เลยค่ะ ผมด็ดูเงาขึ้นเล็กน้อยรู้สึกเหมือนสีผมแอบดูสวยขึ้นด้วย  ตอนแรกที่ยังไม่ได้ใช้มาส์ก ใช้แค่แชมพูครีมนวดกับลีฟออนก็รู้สึกแตกต่างแล้วยิ่งใช้ มาสก์ด้วยผมยิ่งนิ่มกว่าเดิมอีกค่ะ เดี๋ยวคราวหน้าจะลองเอาไปใช้อบไอน้ำดูน่าจะยิ่งได้ผลดีกว่าอีกค่ะ ♥

ขนาด 150 กรัม

หลังจากใช้โปรดักทั้ง 4 ตัวรู้สึกประทับใจมากเลยค่ะ ปกตินิกิสระผมทุกวัน เป็นคนปลายผมแห้งแต่ผมด้านบนศรีษะจะมันเร็วค่ะ ใช้แล้วปลายผมไม่แห้ง และโคนผมไม่มันเร็วกว่าปกติ ผมดูดีขึ้นเงานิ่มพองๆมีวอลลุ่ม เรื่องความนิ่มและวอลลุ่มรู้สึกได้เลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ค่ะ แต่ที่ประทับใจที่สุดคือใช้แล้วผมดูมีทรงขึ้นมากว่าแชมพูอื่นๆ ในรูปนิกิใช้โปรดักทั้ง 4 ตัวเป่าผมแห้ง ขยี้ผมนิดหน่อย รู้สึกว่าผมแทบจะดูเหมือนเซ็ตมาแล้วคิดว่าเพราะอย่างงี้เลยทำให้แชมพูตัวนี้ฮิตมากๆในหมู่สาวญี่ปุ่นเพราะช่วยเตรียมพร้อมผมให้มีคุณภาพก่อนที่จะสไตล์ลิ่งแถมยังไม่ทำให้ผมเสียจากความร้อนด้วย  )

สถานที่ซื้อ: วัตสัน

ราคา:

มอดส์ แฮร์ ฮอตแคร์ แชมพู ราคา  345  บาท

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ คอนดิชันเนอร์  ราคา  345  บาท

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ อินเทนซีฟ เอสเทติค มาส์ก   ราคา 395 บาท

มอดส์ แฮร์ ฮอทแคร์ รีแพร์ เอสเซนส์ (ลีฟออน)  ราคา 395  บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: http://www.facebook.com/MODsHairThailand

xx,

Niki’s holiday

9 Comments

Filed under Hair, Japanese Styles, Skin Care / Hair Care / Body Care

รีวิว: การต่อขนตาถาวรที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดกับ NOVALASH

เห็นเพื่อนไปต่อขนตากับ Novalash ที่สยามพารากอนมาค่ะดูสวยเป็นธรรมชาติมากกกกกกกกกกกก ทนไม่ได้ต้องขอไปทดลองด่วนค่ะ!!!

Novalash ก่อตั้งในปี 2004 โดย โซฟี เมอร์สไซ นักชีววิทยาและนักเคมีเครื่องสำอาง โดยร่วมกับทีม นักวิทยาศาสตร์ได้ ค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อขนตา มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อดวงตา NovaLash มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกด้วยค่ะ

แล้วตอนนี้ก็มีสาขามาเปิดที่สยามพารากอนแล้วค่ะ :) มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าเป็นยังไงกันบ้าง!

ปกตินิกิขนตาสั้นแล้วก็ไม่งอนด้วย ในรูปไม่ได้ปัดขนตาไม่ได้ดัดหรือทำอะไรทั้งสิ้นค่ะ ต้องปัดขนตาตลอดสำคัญมากกกกกกขาดไม่ได้เลยค่ะ ดูจากรูปแทบไม่เห็นขนตาเลย ;(

ในรูปดัดขนตาและปัดมาสคาร่า 2 รอบค่ะ ขนตาดูยาวและหนาขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดูเด้งขนาดนั้นแล้วก็ดูรู้ว่าปัดมาสคาร่าอยู่ดี แต่ปกติแอบขึ้เกียจติดขนตาค่ะติดเฉพาะโอกาสพิเศสส่วนมากกว่าเลยปัดมาสคาร่าเอาละกัน 555

ตอนทำต้องนอนนิ่งๆปิดตาเลยไม่ได้ถ่ายรูปบรรยากาศไว้เลย หลังจากนอนนิ่งๆบนเก้าอี้นอนเกือบ 3 ชั่วโมงก็ได้ขนตาปิ้งๆแบบนี้แล้วค่ะเย่ นอนจนเมื่อยเลยขนตาบนใช้เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมงส่วนขนตาล่างประมาณ 45 นาที นิกิติดทั้งขนตาบาขนตาล่างเลยค่ะ ขนตาต่อแบบเส้นต่อเส้นค่ะ

ระยะเวลาของขนตา

ขนตาบนจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์แล้วแต่การดูแล ล่านขนตาล่างจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ขนตาบนสามารถไปเติมได้เมื่อขนตาเริ่มหลุดแล้ว แต่ส่วนมากขนตาล่างจะเสียหายง่ายกว่า เลยแนะนำให้เอาอันเก่าออกก่อนแล้วติดใหม่ไปเลยค่ะ

เราสามารถเลือกแบบขนตาคือ Natural ซึ่งเป็นขนตาที่ค่อนข้างตรงและงอนตรงปลาย หรือ Curly ที่เป็นขนตาแบบงอนๆ และเลือกความยาวได้ อันนี้นิกิติด Natural และผสม Curly เล็กน้อยค่ะ เวลาดูตรงๆจะดูไม่งอนมากแต่ดูจากด้านข้างจะดูงอนค่ะ

มุมจากด้านหน้าตรงๆดูแล้วไม่เวอร์ไป ดูเหมือนเป็นขนตาเราจริงๆเลย:) ไม่ต้องแต่งตามากเท่าเดิม แค่ทา eyeshadow นิดหน่อยก็โอเคค่ะ แต่รู้สึกว่าเขียน eyeliner ยากขึ้น เพราะเวลาเขียนติดดินสอขอบขนตาตัวดินสอแอบไปเกี่ยวขนตาจนหลุดออกมาด้วยค่ะ

ทางร้านมี After care ที่บอกว่าเหมาะสมกับขนตาแล้วทำให้ไม่หลุดง่ายค่ะ นิกิซื้อตัวเช็ดทำความสะอาดตาที่เป็นแผ่นสำลีมาแต่รู้สึกเฉยๆค่ะ ขนตาก็ยังร่วงอยู่บ้างวันละนิด ส่วนตัวคิดว่าถ้าใช้ eyeremove ค่อยๆเช็ดด้วยคอตตอนบลัชก็น่าจะโอเคค่ะ

รูปเปรียบเทียบกับคู่แข่งค่ะเค้าเคลมว่ากาวที่ใช้เป็นกาวพิเศษที่ติดได้นานกว่า ตอนนี้นิกิติดมาวันที่ 7 พอดีค่ะ ขนตาหลุดออกมาแล้วเท่าที่เห็นประมาณ 15 เส้นขนตาล่างมีแหว่งบ้างเล็กน้อยแต่รวมๆก็ยังดูดีอยู่ค่ะ แต่ก็ไม่เต็มเหมือนวันแรกๆ  โดยนิกิไม่ได้ปัดมาสคาร่า และพยายามเช็ดตาอย่างเบามือที่สุด สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ถ้ากลัวขนตาไม่เรียงตัวกันก็ให้หลับตาปี๋ๆเพื่อให้ขนตาเซ็ตตัวค่ะ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะโอเคอยู่อีกซักอาทิตย์กว่าๆนะคะ:)

ราคา

นิกิติดทั้งขนตาบนและล่าง ราคาประมาณ 2,600 บาทค่ะ โดยตอนนี้ทางร้านมีส่วนลดอยู่ด้วยลงโทรถามรายละเอียด ดูที่ 081-421-4333 นะคะ

xx,

Niki’s holiday


Leave a Comment

Filed under Cosmetic Reviews, Eyes, Uncategorized

วิธีทำผมน่ารักๆเองแบบง่ายๆ

หลายๆคนอาจเห็นนางแบบฝรั่งที่ดูทำผมยุ่งๆแต่ทำไม่ดูน่ารักจัง แต่ถ้าเราทำผมยุ่งๆแบบนั้นบ้างจะดูยุ่งเหมือนเพิ่งตื่นไปรึเปล่า วันนี้นิกิมาแนะนำวิธีทำผมง่ายๆสบายๆให้ดูยุ่งๆแต่ดูดีเหมาะกับวันอาทิตย์แบบนี้ โดยอุปกรณ์ที่ มีไม่กี่ชิ้นกันค่ะ ส่วนทริกง่ายๆคือไม่ต้องหวีเรียบ ฉีดเสปรหรือเจลแข็งๆ แล้วเดี๋ยวจะดูดีเองค่ะ :)


อุปกรณ์ที่ใช้

- หนังยางรัดผมสีดำหรือน้ำตาลถ้าเข้ากับสีผมได้จะดีมาก

- กิ๊บดำ

- ที่คาดผมแบบยางยืด

Crown Braid

วิธีทำ

- แบ่งผมออกเป็น 2 ข้างเหมือนเวลาถักเปีย 2 ข้างแต่พยายามไม่แบ่งผมให้เห็นรอยแสกตรงกลาง

- ถักเปียทั้ง 2 ข้างโดยเริ่มจากท้ายทอย ถักให้แน่นปานกลางไม่แน่นหรือหลวมจะเกินไป

- รัดผมที่ถักไว้ด้ายหนังยางพยายามถักให้ถึงปลายผมมากที่สุด

- จับเปียขึ้นมาคาดผม

- ใช้กิ๊บดำติดยึดที่ปลายผม ไว้ที่กลางศรีษะ

- ใช้กิ๊บดำติดเก็บปลายผมให้เรียบร้อย

Braid and Tie

วิธีทำ

- แบ่งผมออกเป็น 2 ข้างเหมือนเวลาถักเปีย 2 ข้างแต่พยายามไม่แบ่งผมให้เห็นรอยแสกตรงกลาง

- ถักเปียทั้ง 2 ข้างโดยเริ่มจากท้ายทอย ถักให้แน่นปานกลางไม่แน่นหรือหลวมจะเกินไป

- รัดด้วยยางรัดผมให้ใกล้ปลายผมที่สุด

- ผูกเปียทั้ง 2 ข้างเข้าด้วยกันแบบด้านซ้ายทับด้านขวา ด้านขวาทับด้านซ้าย

- ใช้กิ๊บดำติดเก็บ ซ่อนปลายผมให้แน่น

Twisted Hair

วิธีทำ

- จับช่อผมบริเวณขมับขึ้นมาช่อเล็กๆ

- บิดผมเข้าหาตัว

- ติดด้่วยกิ๊บดำ

-ทำเหมือนกันอีกด้าน

Flower Bun

วิธีทำ

- คาดผมด้วยที่คาดผมยางยืด

- ค่อยๆเก็บผมทีละช่อและ ยัดผมกลับเข้าไปในยางยืด

- ติดกิ๊บซ่อนไว้ด้านในให้แน่นขึ้น

Messy Braid

วิธีทำ

- จับผมข้างหูทั้งสองด้านหมุดเป็นเกลียวหลวมๆและติดด้วยกิ๊บดำยึดไว้ที่ด้านหลัง

- ถักเปียหลวมๆ ให้เอียงมาด้านข้างเล็กน้อย

- รัดด้วยหนังยาง

- จัดผมเปียดึงให้ผมรุ่ยๆออกมาให้ดูยุ่งๆ

นิกิทำทรง DIY ทรงผมไว้ใน Cheeze Lady แต่เขินเลยไม่ได้เอามาลงให้ดูกันแหะๆ แต่ดูแล้วทรงผมเหมาะกับวันสบายๆแบบนี้จังเลยเอามาลงให้เพื่อนดูดีกว่า:))

Have fun,

Niki’s holiday

10 Comments

Filed under Hair, How-to

Eye Extreme!! ของเล่นคูลๆ สำหรับสาวเปรี้ยว

เริ่มเบื่อขนตาปลอมแบบธรรมดาที่ใช้กันแล้ว วันนี้บีเลยเอาขนตาปลอมแบบเก๋ๆ มาฝาก เผื่อใครอยากซื้อไปปาร์ตี้ หรือถ่ายแฟชั่นค่ะ

55 เจ๋งใช่มั้ยล่ะ ที่เห็นติดอยู่ที่ตาด้านบน เป็นขนตาปลอมจากแบรนด์ paperself จากอังกฤษที่กำลังดังมากๆ คอลเลคชั่นขนตาปลอมดีไซน์เก๋ของเค้า ทำให้ทุกคนพูดถึงในตอนนี้ เผื่อใครดูไม่ออกในภาพบนคือม้าลาย เค้ามีลายสนุกๆ ให้เลือกอีกเพียบ จินตนาการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ!

บีชอบลายหางนกยูงในภาพกลางที่สุดเลย หลายคยอาจงงว่า เอ้ แล้วจะติดยังไง อันยาวเอาไว้สำหรับติดขอบตาบน ส่วนอันสั้นเอาไว้ติดขอบตาล่างค่ะ

เหมาะมากสำหรับการใช้เพื่อถ่ายแฟชั่นหรือไปงานแฟนซี ถ้าใครมีฝีมือและมีความปราณีต จะลองทำเองที่บ้านดูก็ได้นะ 55

เข้าไปดูคอลเลคชั่นขนตาจาก paperself ที่นี่

ต่อไปเป็นอะไรที่ใช้ได้ในชีวิตประจำขึ้นมาหน่อย (รึเปล่า) คงจะถูกใจสาวๆหลายคน เพราะเป็นอายไลน์เนอร์แบบสติกเกอร์ค่ะ!

Dior – Velvet Eyes

มีหลายคนที่ติดการเขียนอายไลน์เนอร์ (โดยเฉพาะสาวหมวย) เพราะจะช่วยให้ตาดูโตและคมขึ้น และก็มีหลายคนที่อยากเขียนแต่วาดไม่เป็นหรือมือไม่นิ่ง วันนี้ Dior มีตัวช่วยให้เราเปลี่ยนลุคเป็นสาวเปรี้ยวตาคมได้ง่ายๆแล้วค่ะ :D

ในกล่องจะมีอายไลน์เนอร์ 4 แบบ ทั้งแบบเรียบและที่มีคริสตัล พร้อมกาวและวิธีการใช้ ข้อดีของสติกเกอร์นี้คือวัสดุเป็นเนื้อกำมำหยี่ซึ่งจะดูด้านและดำสนิท ไม่ใช่สติกเกอร์เงาๆถูกๆ (ซึ่งจะทำให้ดูปลอมสุดๆ) บีเอารูปการแต่งตาเริ่ดๆ บนรันเวย์แฟชั่นโชว์ของ Dior มาฝากให้ดูกันว่าเทคนิคการเขียนอายไลน์เนอร์ของเค้าจะเปรี้ยวซะขนาดไหน

เปรี้ยวจี๊ดเลยใช่มั้ยล่ะ 55 ใครอยากเป็นสาว Dior ก็ต้องรีบไปคว้ามาเลย ของจริงน่ารักมาก! ใครสนใจลองไปหาวีดีโอดูใน youtube นะคะ ;) บีไม่แน่ใจว่าเมืองไทยนำเข้ามาขายรึเปล่าค่ะ

Kiss!

Queen B

17 Comments

Filed under Eyes, Fashion, Tools

Fight with Cellulite! ทรีตเมนต์และเจลลดเซลลูไลท์จาก Anne Semonin

ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่าเซลลูไลต์ แต่บางคนอาจไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง คืออะไรกันแน่ เซลลูไลต์คือผิวที่มีลักษณะเป็นคลื่นๆ หรือที่เรียกว่าผิวเปลือกส้ม ส่วนใหญ่จะเห็นได้ตามก้น สะโพกและต้นขา ถ้าของใครมองแล้วไม่เห็น ให้ลองบีบเนื้อแบบในรูปดู ผิวที่เป็นคลื่นๆ นั่นแหละคือเซลลูไลต์ที่อยู่ใต้ผิวเรา

สาวกระโปรงดำในรูปคือ Misha Barton สุดสวย

เซลลูไลต์คือไขมันที่เคลื่อนตัวสูงขึ้นมาอยู่ในชั้นของผิวหนัง (จากที่เคยอยู่ลึกติดกับกล้ามเนื้อ) อาจเป็นเพราะระบบไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี, ฮอร์โมน หรือ พันธุกรรม จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงทั้งคนผอมและคนอ้วน พออายุมากขึ้นจะเห็นเซลลูไลต์บนผิวชัดขึ้น เพราะคอลลาเจนกับอีลาสตินในชั้นผิวลดลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อยด้วย เพราะงั้นควรดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าอยากป้องกันหรือแก้ปัญหา จะหวังพึ่งแค่ผลิตภัณฑ์ที่ทาลงบนผิวคงจะไม่พอ ต้องดูแลสุขภาพ การกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ฯลฯ ใครมีเวลาไปนวดเสริมได้ จะเห็นผลเร็วขึ้น เพราะการนวดถือเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนของเหลวในร่างกายค่ะ

ด้านหลังขาของนางแบบ Victoria’s Secret – Karolina Kurkova :s

ขนาดนางแบบยังมี แล้วเราจะไปเหลือหรอ! 55 บีเป็นคนต้นขาใหญ่มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเซลลูไลต์จนกระทั่งเร็วๆ นี้ พอรู้ว่ากินของเค็มแล้วขาใหญ่ (บวมน้ำ) เลยเลิกกิน ดันมาติดของหวานแทน -_-“ ของหวานก็เลวไม่แพ้กัน เพราะน้ำตาลจะเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย ตอนนี้นอกจากขาใหญ่แล้ว ผิวก็ไม่เรียบด้วย เฮ้อ! เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เลยไปทำทรีตเมนต์นวดลดเซลลูไลต์ตัวใหม่ของอานน์เซโมแนง โชคดีได้เจอคุณจูลี่ เทรนเนอร์มือฉมังที่มาจากฝรั่งเศสพอดี :D

ผลที่เห็นได้ในการทำ Anne Semonin Anti-Cellulite Treatment ครั้งแรกคือ ผิวดูสวยเนียนขึ้นมาก ดูใสและมีเลือดฝาด เพราะเค้าทั้งสครับผลัดเซลล์ผิว นวดให้ไขมันแตกตัว และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง กดจุดระบายของเสีย ให้ร่างกายขับพิษได้ดีขึ้น และยังใช้มาส์กยางสุดเจ๋งที่ปกติใช้ดีทอกซ์ผิวหน้า มามาส์กกระชับต้นขาให้ด้วย! ทำเสร็จขาเบาเลย รู้สึกสบายมากๆ

ทรีตเมนต์นี้ออกมาพร้อมแอนตี้เซลลูไลต์เจลที่จะช่วยให้ผิวเรียบและกระชับขึ้น ให้ใช้ทุกวันเช้า-เย็น จูลี่แนะนำว่าจะให้ดี เวลาทาให้ใช้แรงด้วยนิดหน่อย แล้วลูบตามทิศทางไหลเวียนของเส้นเลือด (สำหรับต้นขาให้ลูบขึ้น)  ทำไปไม่นานบีว่าต้นขาเล็กลงจริงๆนะ! ผิวดูใสขึ้นด้วย คงเป็นเพราะนวดเองทุกวัน

Anne Semonin Anti Cellulite Gel

4,300 บาท 150 ml

ส่วนประกอบหลัก

  • สารสกัดจากพืชทะเล Sea Lotus ทำให้ไขมันแตกตัว และลดการสะสมของไขมัน พร้อมปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
  • คาเฟอีน สลายไขมันที่แข็งตัวอยู่ในชั้นผิว ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น
  • Marine Extract Complex (สารสกัดจากสาหร่าย Corallina และ Jania Rubens) ช่วยกระชับผิว ป้องกันการก่อตัวของไขมัน และเร่งกระบวนการขับของเสีย

เนื้อเจลเป็นเหมือนโลชั่นสีชมพูอ่อน ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ กลิ่นก็หอมสุดๆ

ผลลัพธ์จากการทดสอบในคลินิก

  • รอยบุ๋มลดลงไปมากถึง 40.9% (ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น)
  • เส้นรอบวงของต้นขาลดลงไปมากถึง 4.2% หรือ 2.3 cm

ช่วงไหนขยันเป็นพิเศษ บีจะใส่ถุงน่องลดต้นขาของ Dr. Scholl ตอนนอนด้วย จะเน้นช่วยเรื่องอาการบวมน้ำโดยเฉพาะ ใช้ควบคู่กับเจลนี้แล้วเวิร์คสุดๆ

ตอนนี้ลดขนมหวาน+อาหารเค็มได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีควรเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต, ไขมันสูง, ไขมันสัตว์, กาแฟ และแอลกอฮอล์ด้วย เพราะพวกนี้จะสะสมในร่างกาย และยากที่จะขจัดออก ส่วนเรื่องออกกำลังกาย ขอพักไว้ก่อนเพราะหนูขี้เกียจค่า :p ใครมีวิธีอะไร หรือตัวช่วยเด็ดๆ เอามาแชร์กันมั่งจิ

Kiss!

Queen B

10 Comments

Filed under Skin Care / Hair Care / Body Care

Review + How-to: อุปกรณ์ทำผมมวยดังโงะจากญี่ปุ่น

เอาอุปกรณ์ทำผมเด็ดๆ มาทำฮาวทูให้ดูค่ะ :D พี่สะไภ้สุดที่รักซื้อมาฝากจากญี่ปุ่น ช่างรู้ใจจริงๆ!

สาวญี่ปุ่นเป็นคนเริ่มเทรนด์การมวยผม จนเกาหลีฮิตตาม แล้วสาวไทยก็ตามด้วย จริงๆ แล้วมีอุปกรณ์ทำผมมวยขายอยู่หลายแบบ บางอันทำออกมาแล้วไม่สวย แต่อันนี้เวิร์คมาก

วัสดุเป็นเหล็กสีดำ ลักษณะเป็นง่ามโค้ง ทำงานเหมือนปิ่นปักผม

หลังกล่องมีวิธีทำสอนด้วย

เป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออก แต่แค่ดูภาพก็เข้าใจ มาลองทำจริงกัน!

1. มัดผมเป็นหางม้าสูงๆ มัดให้แน่นๆ

2. หมุนผมที่หางม้าให้เป็นเกลียว

3. ม้วนผมลงมา ขดเป็นวงกลม ไม่ต้องทำแน่นมาก

พยายามให้ปลายผมอยู่ด้านข้างของมวยนะคะ (ข้างซ้ายหรือขวาก็ได้)

4. เสียบปิ่นปักผมลงที่ด้านข้างของมวยบริเวณที่ปลายหางม้าม้วนอยู่ (ประมาณที่ 1/3 ของมวยผม) ไม่ต้องจิ้มจนมิดนะคะ (ใช้มืออีกข้างจับปลายผมไว้ก่อน)

5. หงายปิ่นปักผมขึ้นตามภาพ ให้วางขนานกับศรีษะ

6. เสียบปิ่นปักผมเข้าไปใต้มวยผมจนสุด ให้เสียบลอดใต้ยางมัดผม

เท่านี้ก็เสร็จแล้ว! แน่นแข็งแรงไม่หลุดง่ายๆด้วย ครั้งแรกๆ ยังไม่ถนัดอาจงงนิดหน่อย แต่ทำไป 4-5 ครั้งก็ชินแล้ว

บีสามารถทำได้ง่ายมากเพราะผมเยอะไม่ต้องยี และกระด้างด้วยเลยจะอยู่ตัวไม่ลื่นหลุดไม่ต้องใช้สเปรย์ 55 สำหรับคนผมน้อย แนะนำให้ยีผมที่หางม้าก่อนในระหว่างขั้นตอนที่ 1 และ 2 เพื่อเพิ่มความหนาของผม สำหรับคนผมลื่น ให้ยีผมที่หางม้าแล้วฉีดสเปรย์ลงบนหางม้าก่อนทำมวย และฉีดสเปรย์อีกครั้งลงบนมวยที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ขั้นตอนสุดท้าย) พอทำมวยเป็นแล้ว ก็เพิ่มลูกเล่นอื่นๆ ลงไปได้อีกเช่น ถักผมเปียจากด้านหน้าเอาไปรวมในมวยผม ติดกิ๊บหรือพันผ้าน่ารักๆ ที่เห็นเยอะสุดคือผมมวยกับหน้าม้า :D

ปิ่นปักผมแบบนี้มีขายที่เซ็นทรัลด้วย ราคา 295 บาท ในแผนกที่ขายอุปกรณ์เสริมสวย (ถ้าที่เซ็นทรัลพระราม 3 จะอยู่ชั้น 1) เป็นคนละยี่ห้อกับของบีแต่ตัวของคล้ายกันมากๆค่ะ

ใครขี้เกียจไปเดินห้าง ซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ค่ะ

Kiss!

Queen B

18 Comments

Filed under Hair, How-to, Japanese Styles